Monday, November 29, 2010

Free Paper Model : Thai literature : Soodsakorn

.... สวัสดีครับ มาแจก Paper Model ต่อกันอีกแล้วนะครับ Paper Model ตัวนี้ก็จะเป็นตัวที่ 4 ของชุดละครพื้นบ้านไทย ซึ่งจะต่อเนื่องจาก ครั้งที่แล้วครับ

นี่ก้อเริ่มเข้าหน้าฝนกันแล้ว เพื่อนๆ ก็ต้องรักษาสุขภาพกันด้วยนะครับ เดี๋ยวร้อน เดี๋ยวฝนจะไม่สบายเอานะครับ

ก่อนจะมาต่อกันนี่ ก็ตามฟอร์มกันก่อนนะครับ...ขอเล่าที่มาที่ไปกันซะก่อน

สุดสาคร เป็นภาพยนตร์การ์ตูนแนวแฟนตาซี ผจญภัย ที่กำกับโดย ปยุต เงากระจ่าง และนับเป็นภาพยนตร์การ์ตูนขนาดยาวเรื่องแรกของประเทศไทย....

ออกฉายครั้งแรกเมื่อวันที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2522 เนื้อหาในภาพยนตร์เรื่องนี้สร้างจากวรรณคดีเรื่องพระอภัยมณีของสุนทรภู่
ตั้งแต่ตอนกำเนิดสุดสาครไปจนถึงการเดินทางตามหาพระอภัยมณี ภายหลังกรมวิชาการ กระทรวงศึกษาธิการ
ได้นำภาพในภาพยนตร์เรื่องนี้ไปจัดพิมพ์เป็นหนังสือสำหรับให้เยาวชนอ่านในโรงเรียนด้วย

เรื่องมีอยู่ว่า...
ณ เกาะแก้วพิศดาร นางเงือกได้ให้กำเนิดบุตรชายที่เกิดจากพระอภัยมณี ชื่อ สุดสาคร
พระฤๅษีที่อยู่ในเกาะแก้วพิสดารได้เลี้ยงดูและสั่งสอนวิชาต่างๆ ให้สุดสาคร จนสุดสาครมีอายุได้ 3 ขวบ
สุดสาครจึงออกเดินทางตามหาพระบิดา (พระอภัยมณี) ที่ออกจากเกาะแก้วพิศดารไป โดยมีสัตว์พาหนะคู่ใจ
คือ ม้านิลมังกร ทั้งสองได้หลงไปในเกาะผีสิง จึงต้องต่อสู้กับพวกผีทั้งหมดในเกาะเป็นเวลา 7 วัน 7 คืน จนเกือบจะเสียท่า
แต่ที่สุดแล้วก็รอดมาได้ด้วยความช่วยเหลือจากพระฤๅษีเกาะแก้วพิสดาร

หลังจากนั้นสุดสาครได้เดินทางต่อจนพบกับชีเปลือย และถูกชีเปลือยล่อลวงเอาม้านิลมังกรและไม้เท้าวิเศษ จนถูกผลักตกหน้าผา เดชะบุญที่สุดสาครไม่ตายจึงกลับมาชิงไม้เท้าวิเศษคืนไปได้ที่เมืองการเวก เจ้าเมืองการเวกได้รับอุปการะสุดสาครไว้เป็นลูกบุญธรรม จนสุดสาครโตขึ้น จึงออกเดินทางตามหาพระบิดาต่อ โดยครั้งนี้เจ้าเมืองการเวกให้เสาวคนธ์และหัสชัยซึ่งเป็นพระโอรสและพระธิดาของพระองค์ พร้อมทั้งกองเรือรบจำนวนหนึ่งออกเดินทางไปกับสุดสาครด้วย ระหว่างทางกองเรือของสุดสาครถูกฝูงผีเสื้อยักษ์โจมตี และจับตัวเอาเสาวคนธ์และหัสชัยไป สุดสาครติดตามไปสังหารผืเสื้อยักษ์และชิงตัวทั้งสองคนกลับคืนมาได้สำเร็จและ เดินทางออกตามหาพระบิดาต่อไป

อันนี้ก็เป็นเรื่องย่อเล็กๆ น้อยกันนะครับ จะขอเล่าแค่นี้แล้วกัน แต่ที่จะลืมไม่ได้ก็คือท่านอาจารย์ปยุต เงากระจ่าง ผู้เป็นบรมครูด้านการ์ตูนการเคลื่อนไหวของไทยนะครับ..ซึ่งสามารถอ่านประวัติของท่านได้ตามภาพ Link ด้านล่างนะครับ

ประวัติอาจารย์ปยุต เงากระจ่าง


จาก thaifilm.com ครับ



จาก wikipedia ครับ

อาจารย์ปยุต เงากระจ่าง

เหรียญรางวัลปยุต เงากระจ่าง เป็นรางวัลสำหรับภาพยนตร์สั้น-ภาพยนตร์แอนนิเมชั่นที่ส่งเข้าประกวดของมูลนิธิหนังไทย ซึ่งท่านเป็นผู้ออกแบบด้วยตนเอง

สุดสาครตัวนี้คงไม่มีใครปฏิเสธว่าไม่รู้จัก

สุดสาครเวอร์ชั่นล่าสุด ภาคจอเงิน

ขอบคุณข้อมูล และภาพประกอบจาก thaifilm.com, th.wikipedia.org และ m-culture.go.th ด้วยครับ

เอาหล่ะ....เล่ากันมาเยอะแล้ว....ทีนี้เราก็มาเริ่ม Download แบบของตัว Paper Model กันนะครับ แล้วก้อจัดการ Print > ตัดตามแบบ > กรีดรอยประ > พับรอย > แล้วก็ติดเทปกาว 2 หน้าครับ.... ตามขั้นตอนที่เคยทำกันมาแล้วนะครับ

ส่วนวิธีทำทั้งหมดก็เหมือนเดิมนะครับ กลับไปดูได้จาก blog เก่านะครับ ต่อไปก็จะมาทำส่วนพิเศษ ของตัว Paper Model ชุดนี้กันก่อนนะครับ...ซึ่งก็คือ ไม้เท้าพระเจ้าตา กับ หัวจุกครับ

เริ่มที่ไม้เท้าพระเจ้าตานะครับ ขั้นแรกก้อกรีดเส้นเบาๆ แบ่งครึ่ง ตามเส้นประที่มีครับ

จากนั้นพับครึ่งจากรอยที่เรากรีดไว้ แล้วติดเทปกาว 2 หน้าที่ด้านหลังครับ

พับประกบกันตามภาพครับ แล้วก็ตัดออกมา

ทีนี้ก็หัวจุกครับ.. อันนี้ขอบอกว่าต้องใจเย็นๆ นะครับ เพราะชิ้นเล็ก ต้องค่อยๆ ทำ ค่อยๆ ติดไป

ก็จะได้ไม้เท้าพระเจ้าตา กับหัวจุกแล้วนะครับ

ต่อมาก็มาทำส่วนที่เหลือนะครับ หัว-แขน-ตัว ตามภาพ

ทำทั้งหมดเสร็จแล้ว ก้อเอาเทปกาว 2 หน้า มาติดที่ใต้ หัวจุก นะครับ... แล้วก้อมาติดที่บนหัวครับ

จากนั้นก้อประกอบแขนกับตัวตามภาพครับ อย่าลืมติดเทปกาว 2 หน้า แบบในรูปด้วยเพื่อเวลาติดหัวแล้วจะได้แน่นๆ แล้วก้อประกอบหัวตามภาพครับ

ต่อมาก็ติดเทปกาว 2 หน้าที่มือตามรูปนะครับ แล้วก้อเอาไม้เท้าพระเจ้าตาให้ถือได้เลย

เสร็จแล้วครับ อิ อิ

เป็นไงครับ... ลอง Download ไปทำเล่นดูกันนะครับ

ถ้าติดปัญหาตรงไหนยังไง แนะนำได้นะครับ จะได้เอาไปปรับปรุง แบบต่อๆ ไปครับ... อย่าลืมติดตาม paper model ชุดต่อไปด้วยนะครับ..

ขอบคุณครับ

Tuesday, May 11, 2010

Free Paper Model : Thai literature : Krithong the Crocodile Hunter

.... สวัสดีครับ มาแจก Paper Model ต่อกันอีกแล้วนะครับ Paper Model ตัวนี้ก็จะเป็นตัวที่ 3 ของชุดละครพื้นบ้านไทย ซึ่งจะต่อเนื่องจาก ครั้งที่แล้วครับ

เป็นไงกันบ้างครับ สงกรานต์คงได้พัก ได้เที่ยวกันหน้าชื่นตาบานกันเป็นแถว ซึ่งก็รวมทั้งตัวผมด้วย

ก่อนหยุดก็มีงานต้องเคลียร์ พอเปิดมาก็ต้องเคลียร์งานต่อ กว่าจะได้มาต่อ Paper Model ก็หมดเดือนเมษาพอดี ..อิ อิ....

ก่อนจะมาต่อกันนี่ ก็จะขอเล่าตำนานของไอ้หนุ่มคนนี้กันซักเล็กน้อยตามฟอร์มกันก่อนนะครับ...เรื่องมีอยู่ว่า

ไกรทอง เป็นนิทานพื้นบ้านภาคกลางของไทย ที่มีตัวเอกชื่อไกรทอง เล่าไว้หลายสำนวนด้วยกัน ภายหลังในสมัยรัชกาลที่ 2 ได้ทรงพระราชนิพนธ์เป็นบทละครสำหรับละครนอก และได้รับความนิยม ยกย่องเป็นฉบับมาตรฐานฉบับหนึ่ง

ในคุ้งน้ำอันกว้างใหญ่ของเมืองพิจิตร มีชาละวันเป็นจระเข้เจ้า อาศัยอยู่ในถ้ำทองใต้บาดาล ในถ้ำทองจระเข้จะกลายร่าง เป็นคนได้ ชาละวันตอนกลายร่างเป็นคนจะเป็น หนุ่มรูปงาม โดยชาละวันเองมีเมียสาว สวยเป็นนางจระเข้ 2 ตัวคือ วิมาลา และเลื่อมลายวรรณ ชาละวันเป็นหลานชายของ ท้าวรำไพ ผู้เป็นจระเข้เจ้าที่อยู่ในศีลธรรม ไม่เคยจับสัตว์หรือมนุษย์กินเป็นอาหารและ จะกินแต่ซากสัตว์ที่ตายแล้วเป็นอาหารเท่านั้น ชาละวัน แม้อยู่ในถ้ำทองจะอิ่มทิพย์ไม่ต้อง กินเนื้อ แต่ ด้วย ความมีนิสัยที่เป็น อันธพาล จึงชอบมาเมืองบน ตามแม่น้ำลำคลอง จับคนที่เป็นชาวบ้านและสัตว์กินเพื่อความสนุกสนาน

ณ หมู่บ้านดงเศรษฐี แขวงเมืองพิจิตร มีพี่น้องฝาแฝดคู่หนึ่ง มีความงามเป็นที่ เลื่องลือ ชื่อนางตะเภาแก้ว ผู้พี่ และนางตะเภาทอง ผู้น้อง ทั้งสองเป็นบุตรเศรษฐีคำ และ คุณนายทองมา วันหนึ่งนางตะเภาแก้วและนางตะเภาทองได้ลงไปเล่นน้ำที่ท่าหน้าบ้าน ช่วงเวลานั้นเจ้าชาละวัน ซึ่งเป็นจระเข้ได้ออกมาว่ายน้ำหาเหยื่อ เมื่อได้เห็นนางตะเภาทอง ก็ลุ่มหลงในความงาม จึงโผล่ขึ้นเหนือน้ำเข้าไปคาบนางตะเภาทองแล้วดำดิ่งไปยังถ้ำทอง อันเป็นที่อยู่ของเจ้าชาละวัน เมียของชาวละวันคือ วิมาลา และเลื่อมลายวรรณ เห็นก็ไม่ พอใจแต่ก็ห้ามสามีไม่ได้เพราะเกรงกลัวจึงต้องยอมให้ผัวมีเมียเป็นมนุษย์อีกคน เมื่อนางตะเภาทองฟื้นขึ้นมาเจ้าชาละวันก็เกี้ยวพาราสี แต่นางตะเภาทองก็ไม่สนใจ เจ้าชาละวันจึงจำต้องใช้เวทมนตร์สะกดให้นางตะเภาทองหลงรัก และยอมเป็นภรรยาตั้งแต่นั้นมา

เศรษฐีคำ และคุณนายทองมาโศกเศร้าเสียใจเป็นอย่างมาก ที่นางตะเภาทอง บุตรสาวคนเล็กถูกเจ้าชาละวันคาบไป และคิดว่าบุตรสาวตนคงตายไปแล้ว ด้วยความรัก ในบุตรสาว และความแค้นในเจ้าชาละวัน จึงประกาศออกไปว่าใครที่พบศพนางตะเภาทอง และสามารถปราบจระเข้ตัวนี้ได้จะมอบสมบัติของตนเองให้ครึ่งหนึ่ง และจะให้แต่งงาน กับนางตะเภาแก้วด้วย แต่ก็ไม่มีหมอจระเข้คนไหนสามารถปราบเจ้าชาละวันได้ นอกจาก กลายเป็นเหยื่อของเจ้าชาละวันคนแล้วคนเล่า จนในที่สุดก็มีชายหนุ่มรูปงาม นามว่าไกรทอง ซึ่งได้ร่ำเรียนวิชาการปราบจระเข้จากอาจารย์คง จนมีความเก่งกล้า ได้อาสามาปราบเจ้า ชาละวัน แต่อาจารย์คงรู้ว่าเจ้าชาละวันเป็นพญาจระเข้มีอำนาจมาก และหนังเหนี่ยว ฆ่าฟันไม่ตาย เนื่องจากมีเขี้ยวเพชรทำให้อยู่ยงคงกระพัน จึงได้มอบหอกสัตตโลหะ เทียนระเบิดน้ำ เสื้อยันต์และลูกประคำปลุกเสก แก่ไกรทอง

รุ่งเช้าตั้งพิธีบวงสรวงพร้อมอ่านคาถา ทำให้เจ้าชาละวันเกิดร้อนลุ่มต้องออกจาก ถ้ำขึ้นมาต่อสู้กับไกรทอง ไกรทองกระโดดขึ้นบนหลังจระเข้ และแทงด้วยหอกสัตตโลหะ ทำให้อาคมของเขี้ยวเพชรเสื่อม หอกได้ทิ่มแทงเจ้าชาละวันจนบาดเจ็บสาหัส และได้หนี กลับไปที่ถ้ำ แต่ไกรทองก็ใช้ เทียนระเบิดน้ำ ตามไปต่อสู้อีกในถ้ำ

ระหว่างที่เข้าไปในถ้ำไกรทองก็พบกับ วิมาลา เมียของชาละวัน ด้วยความเจ้าชู้ จึงเกี้ยวพาราสี นางวิมาลา จนนางใจอ่อนยอมเป็นชู้ และบอกทางไปช่วย นางตะเภาทอง....ไกรทองตามมาต่อสู้กับเจ้าชาละวัน ในถ้าต่อจนเจ้าชาละวันตาย และไกรทองก็ได้ พานางตะเภาทองกลับขึ้นมา เศรษฐีดีใจมากจึงจัดงานแต่งงานให้ไกรทองกับนางตะเภา แก้ว พร้อมมอบสมบัติให้ครึ่งหนึ่ง แถมนางตะเภาทองให้อีกคน ไกรทองจอมเจ้าชู้ก็รับไว้ด้วยความยินดี

แต่ยังไม่จบแค่นั้นด้วยความเจ้าชู้ของไกรทองแม้ชาละวันตายไป ไกรทองก็ยังหลง รสรักกับนางวิมาลา จงไปหาสู่ที่ถ้ำทอง และคิดจะพานางวิมาลาไปอยู่กินด้วย โดยทำพิธีทำ ให้นางยังคงเป็มมนุษย์แม้ออกนอกถ้ำทอง นางตะเภาแก้ว และ นางตะเภาทอง จับได้ว่า สามีไปมาหาสู่ นางจระเข้จึงไปหาเรื่องกับนางในร่างมนุษย์จนนางวิมาลาทนไม่ไหวกลับ ร่างเป็นจระเข้และไกรทองต้องออกไปห้ามไม่ให้เมียตีกันและอำลาจากนางวิมาลา ด้วยใจอาวรณ์

ขอขอบคุณข้อมูลจาก http://th.wikipedia.org

ภาพประกอบจาก king-p.bloggang.com ด้วยครับ

เอาหล่ะ....เล่ากันมาเยอะแล้ว....ทีนี้เราก็มาเริ่ม Download แบบของตัว Paper Model กันนะครับ แล้วก้อจัดการ Print > ตัดตามแบบ > กรีดรอยประ > พับรอย > แล้วก็ติดเทปกาว 2 หน้าครับ.... ตามขั้นตอนที่เคยทำกันมาแล้วนะครับ

ส่วนวิธีทำทั้งหมดก็เหมือนเดิมนะครับ กลับไปดูได้จาก blog เก่านะครับ ต่อไปก็จะมาทำส่วนพิเศษ ของตัว Paper Model ชุดนี้กันก่อนนะครับ...ซึ่งก็คือ หอกสัตตโลหะ กับ เทียนระเบิดน้ำครับ

เรามาทำหอกสัตตโลหะกันก่อน จะมี 2 ชิ้นครับ

ก็ประกอบได้เลยครับ จะได้ตามภาพ

ติดเทปกาว 2 หน้า ด้านนอกของปีกพับ ตามตำแหน่งลูกศรครับ

จากนั้นก็มาประกอบส่วนหัวหอก ตามรูป...แล้วก็นำมาสวมกับด้ามหอกครับ

ต่อมาก็เทียนระเบิดน้ำครับ มี 2 ชิ้นเหมือนกัน

เริ่มที่เปลวไฟเทียนนะครับ โดยให้ติดเทปกาว 2 หน้าที่ด้านหลังครับ ตามตำแหน่งลูกศร

แล้วพับประกบติดกันตามภาพ แล้วติดเทปกาว 2 หน้า ที่ปีกพับด้านนอก ตามตำแหน่งลูกศร

จากนั้นเสียบเข้าที่ตำแหน่งตรงหัวเทียน แล้วพับปีกพับที่ติดเทปกาวไว้แล้วจากด้านในครับ แล้วก็ประกอบตัวเทียนได้เลย

ก็จะได้ หอกสัตตโลหะ กับ เทียนระเบิดน้ำ ครับ

ต่อมาเราก็ประกอบส่วนที่เหลือได้เลยครับ จะได้ หัว - ตัว - แขน

เสร็จแล้ว.. ตามตำนานไอ้หนุ่มไกรทองสุดหล่อนี่เป็นเด็กเมืองนนทบุรีนะครับ จะหาว่าคุย..

ติดอาวุธที่ได้รับมาจากพระอาจารย์ ก็เป็นอันเรียบร้อย...... ลุย

เป็นไงครับ... ลอง Download ไปทำเล่นดูกันนะครับ

ถ้าติดปัญหาตรงไหนยังไง แนะนำได้นะครับ จะได้เอาไปปรับปรุง แบบต่อๆ ไปครับ... อย่าลืมติดตาม paper model ชุดต่อไปด้วยนะครับ..

ขอบคุณครับ

Monday, March 29, 2010

Free Paper Model : Thai literature : Heaven Ax Black Face (ขวานฟ้าหน้าดำ)

.... สวัสดีครับ มาแจก Paper Model ต่อกันอีกแล้วนะครับ Paper Model ชุดนี้ก็จะเป็นตัวที่ 2 ละครพื้นบ้านไทยๆ ซึ่งจะต่อเนื่องจาก ครั้งที่แล้วครับ

Paper Model ที่จะแจกชุดนี้ คนที่เกิดมานานๆ แล้วคงรู้จัก เพราะได้สร้างเป็นละครทีวี ที่ฮิตมากๆ ทางช่องเจ็ดสี ครั้งนั้นพอข่าวจบ การ์ตูนหลังข่าวจบ เป็นต้องจองที่หน้าจอกันทุกบ้าน ไม่เว้นเด็ก หรือผู้ใหญ่กันเลย.. อิ อิ.. (ผมก็หนึ่งในนั้น)

เรื่องนั้นก็คือหนึ่งในสุดยอดละครพื้นบ้านจักรๆ วงศ์ๆ ยอดฮิต " ขวานฟ้า หน้าดำ" นั่นเอง..

เมื่อครั้งกระนั้น ตัวเอกเป็นเด็กน้อยน่ารักช่างพูด ได้มาแสดงเป็นเจ้าขวาน ก็คือ บอย เนติลักษณ์ ดังมากๆ แถมละครก็ใช้เทคนิค ตระการตา เท่าที่มีในยุคนั้น พร้อมเนื้อเรื่องที่ตื่นเต้นสนุกสนาน กระชับไม่เยิ่นเย้อ เกือบปีถึงจะจบ จึงทำให้ขวานฟ้า หน้าดำเป็นละครที่ทุกบ้านในตอนนั้นตั้งตารอในคืนวันจันทร์ - อังคาร

เนื้อเรื่องที่จำได้ก็ประมาณว่า มีเทวดาได้รับขวานวิเศษจากพระอินทร์เป็นรางวัล จากนั้นก็นำมาใช้ในทางที่ผิด ไปเกะกะระรานเทวดานางฟ้าทั่วไป ร้อนถึงองค์สุริยเทพ ต้องมาปราบ ผลจากการต่อสู้เทวดาองค์นั้นพ่ายแพ้ ใบหน้าถูกเพลิงของดวงอาทิตย์เผาไป และโดนลงโทษให้ลงมาเกิดบนโลกมนุษย์ เพื่อทำความดีชดใช้ความผิด โดยที่ใบหน้านั้น ยังคงเหลือร่องรอยไหม้ไฟติดลงมาเกิดด้วย และเมื่อทำความดีในแต่ละครั้ง รอยไหม้บนหน้าก็จะจางหายไปด้วย

อันนี้เป็นเรื่องย่อๆ ที่ผมพอจำได้ ถ้าอยากอ่านจริง ก็ลองเข้าไปตาม Link ด้านล่างนี้นะครับ

อ่านเรื่องขวานฟ้า หน้าดำ จากหน้า website ของโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย นนทบุรี


ขอขอบคุณ ข้อมูลจาก website ของโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย นนทบุรี และภาพประกอบจาก pantip.com ห้องเฉลิมไทยด้วยครับ

เอาหล่ะ....เล่ากันมาเยอะแล้ว....ทีนี้เราก็มาเริ่ม Download แบบของตัว Paper Model กันนะครับ แล้วก้อจัดการ Print > ตัดตามแบบ > กรีดรอยประ > พับรอย > แล้วก็ติดเทปกาว 2 หน้าครับ.... ตามขั้นตอนที่เคยทำกันมาแล้วนะครับ

ส่วนวิธีทำทั้งหมดก็เหมือนเดิมนะครับ กลับไปดูได้จาก blog เก่านะครับ ต่อไปก็จะมาทำส่วนพิเศษ ของตัว Paper Model ชุดนี้กันก่อนนะครับ...ซึ่งก็คือ ขวานวิเศษ ก็จะแบ่งเป็น 2 ส่วนคือ ตัวขวาน กับด้ามขวานครับ

ก็เริ่มจากด้ามก่อน ก็ให้ประกอบตามแบบนะครับ โดยจะเหลือ ปีกพับไว้ 2 ชิ้นตามภาพครับ

ทีนี้ก็ทำใบขวานกันครับ โดยให้เริ่มติดที่มุมตามลูกศรชี้ ด้านใดด้านหนึ่งก่อนครับ

จากนั้นให้เอาด้ามขวาน ตรงจุดที่เหลือปีกพับไว้ นำมาใส่ตามรอยที่กำหนดให้กรีดไว้

แล้วพับลงมาทั้งสองอัน ติดด้วยเทปกาวสองหน้าให้แน่น

จากนั้นก็ไล่ประกอบไปตามตำแหน่งนะครับ ก็จะได้ขวานวิเศษแล้ว

แล้วเราก็มา ประกอบ ส่วนที่เหลือครับ หัว - แขน - ตัว

เรียบร้อยแล้ว ก็นำแขนมาใส่ จากนั้นยึดด้วยเทปกาวสองหน้า เพื่อให้หัวกับตัวติดกันแน่นขึ้นครับ

เจ้าขวานน้อย ใส่อาวุธจากพระอินทร์แล้ว ก็เสร็จสมบูรณ์

สุดท้ายขอจบด้วยเพลงประกอบละครนะครับ ร้องได้ ร้องตามก็ไม่ว่ากันครับ

เกิดมาตามบัญชาสวรรค์ มีขวานไว้ปราบอธรรม ขวานฟ้าหน้าดำ หน้าดำเพราะกรรมทำมา
หน้าดำจิตใจงามเลิศล้น ดีล้นเพื่อหมู่ประชา พลังปัญญา แกล้วกล้าสมชายชาตรี
**เปรี้ยงๆ เสียงอสุนิบาตร ขวานฟาดโลดลั่นปฐพี เปรี้ยงๆ ยักษ์มารแหลกลานผงพลี
ทุกธานีสูญสิ้นดัสกร สุขสราญกันทั่วทุกถิ่นแคว้น ทั่วแดนไร้สิ้นเดือดร้อน
ขวานฟ้าร้าวรอน จนปัญญาจะรักษาหน้าหายดำ (ซ้ำ**)

(Credit : คุณ ลินลา จากเวป http://www.dida.co.th ขอบคุณมากครับ)


เป็นไงครับ... ลอง Download ไปทำเล่นดูกันนะครับ

ถ้าติดปัญหาตรงไหนยังไง แนะนำได้นะครับ จะได้เอาไปปรับปรุง แบบต่อๆ ไปครับ... อย่าลืมติดตาม paper model ชุดต่อไปด้วยนะครับ..

ขอบคุณครับ