Tuesday, May 11, 2010

Free Paper Model : Thai literature : Krithong the Crocodile Hunter

.... สวัสดีครับ มาแจก Paper Model ต่อกันอีกแล้วนะครับ Paper Model ตัวนี้ก็จะเป็นตัวที่ 3 ของชุดละครพื้นบ้านไทย ซึ่งจะต่อเนื่องจาก ครั้งที่แล้วครับ

เป็นไงกันบ้างครับ สงกรานต์คงได้พัก ได้เที่ยวกันหน้าชื่นตาบานกันเป็นแถว ซึ่งก็รวมทั้งตัวผมด้วย

ก่อนหยุดก็มีงานต้องเคลียร์ พอเปิดมาก็ต้องเคลียร์งานต่อ กว่าจะได้มาต่อ Paper Model ก็หมดเดือนเมษาพอดี ..อิ อิ....

ก่อนจะมาต่อกันนี่ ก็จะขอเล่าตำนานของไอ้หนุ่มคนนี้กันซักเล็กน้อยตามฟอร์มกันก่อนนะครับ...เรื่องมีอยู่ว่า

ไกรทอง เป็นนิทานพื้นบ้านภาคกลางของไทย ที่มีตัวเอกชื่อไกรทอง เล่าไว้หลายสำนวนด้วยกัน ภายหลังในสมัยรัชกาลที่ 2 ได้ทรงพระราชนิพนธ์เป็นบทละครสำหรับละครนอก และได้รับความนิยม ยกย่องเป็นฉบับมาตรฐานฉบับหนึ่ง

ในคุ้งน้ำอันกว้างใหญ่ของเมืองพิจิตร มีชาละวันเป็นจระเข้เจ้า อาศัยอยู่ในถ้ำทองใต้บาดาล ในถ้ำทองจระเข้จะกลายร่าง เป็นคนได้ ชาละวันตอนกลายร่างเป็นคนจะเป็น หนุ่มรูปงาม โดยชาละวันเองมีเมียสาว สวยเป็นนางจระเข้ 2 ตัวคือ วิมาลา และเลื่อมลายวรรณ ชาละวันเป็นหลานชายของ ท้าวรำไพ ผู้เป็นจระเข้เจ้าที่อยู่ในศีลธรรม ไม่เคยจับสัตว์หรือมนุษย์กินเป็นอาหารและ จะกินแต่ซากสัตว์ที่ตายแล้วเป็นอาหารเท่านั้น ชาละวัน แม้อยู่ในถ้ำทองจะอิ่มทิพย์ไม่ต้อง กินเนื้อ แต่ ด้วย ความมีนิสัยที่เป็น อันธพาล จึงชอบมาเมืองบน ตามแม่น้ำลำคลอง จับคนที่เป็นชาวบ้านและสัตว์กินเพื่อความสนุกสนาน

ณ หมู่บ้านดงเศรษฐี แขวงเมืองพิจิตร มีพี่น้องฝาแฝดคู่หนึ่ง มีความงามเป็นที่ เลื่องลือ ชื่อนางตะเภาแก้ว ผู้พี่ และนางตะเภาทอง ผู้น้อง ทั้งสองเป็นบุตรเศรษฐีคำ และ คุณนายทองมา วันหนึ่งนางตะเภาแก้วและนางตะเภาทองได้ลงไปเล่นน้ำที่ท่าหน้าบ้าน ช่วงเวลานั้นเจ้าชาละวัน ซึ่งเป็นจระเข้ได้ออกมาว่ายน้ำหาเหยื่อ เมื่อได้เห็นนางตะเภาทอง ก็ลุ่มหลงในความงาม จึงโผล่ขึ้นเหนือน้ำเข้าไปคาบนางตะเภาทองแล้วดำดิ่งไปยังถ้ำทอง อันเป็นที่อยู่ของเจ้าชาละวัน เมียของชาวละวันคือ วิมาลา และเลื่อมลายวรรณ เห็นก็ไม่ พอใจแต่ก็ห้ามสามีไม่ได้เพราะเกรงกลัวจึงต้องยอมให้ผัวมีเมียเป็นมนุษย์อีกคน เมื่อนางตะเภาทองฟื้นขึ้นมาเจ้าชาละวันก็เกี้ยวพาราสี แต่นางตะเภาทองก็ไม่สนใจ เจ้าชาละวันจึงจำต้องใช้เวทมนตร์สะกดให้นางตะเภาทองหลงรัก และยอมเป็นภรรยาตั้งแต่นั้นมา

เศรษฐีคำ และคุณนายทองมาโศกเศร้าเสียใจเป็นอย่างมาก ที่นางตะเภาทอง บุตรสาวคนเล็กถูกเจ้าชาละวันคาบไป และคิดว่าบุตรสาวตนคงตายไปแล้ว ด้วยความรัก ในบุตรสาว และความแค้นในเจ้าชาละวัน จึงประกาศออกไปว่าใครที่พบศพนางตะเภาทอง และสามารถปราบจระเข้ตัวนี้ได้จะมอบสมบัติของตนเองให้ครึ่งหนึ่ง และจะให้แต่งงาน กับนางตะเภาแก้วด้วย แต่ก็ไม่มีหมอจระเข้คนไหนสามารถปราบเจ้าชาละวันได้ นอกจาก กลายเป็นเหยื่อของเจ้าชาละวันคนแล้วคนเล่า จนในที่สุดก็มีชายหนุ่มรูปงาม นามว่าไกรทอง ซึ่งได้ร่ำเรียนวิชาการปราบจระเข้จากอาจารย์คง จนมีความเก่งกล้า ได้อาสามาปราบเจ้า ชาละวัน แต่อาจารย์คงรู้ว่าเจ้าชาละวันเป็นพญาจระเข้มีอำนาจมาก และหนังเหนี่ยว ฆ่าฟันไม่ตาย เนื่องจากมีเขี้ยวเพชรทำให้อยู่ยงคงกระพัน จึงได้มอบหอกสัตตโลหะ เทียนระเบิดน้ำ เสื้อยันต์และลูกประคำปลุกเสก แก่ไกรทอง

รุ่งเช้าตั้งพิธีบวงสรวงพร้อมอ่านคาถา ทำให้เจ้าชาละวันเกิดร้อนลุ่มต้องออกจาก ถ้ำขึ้นมาต่อสู้กับไกรทอง ไกรทองกระโดดขึ้นบนหลังจระเข้ และแทงด้วยหอกสัตตโลหะ ทำให้อาคมของเขี้ยวเพชรเสื่อม หอกได้ทิ่มแทงเจ้าชาละวันจนบาดเจ็บสาหัส และได้หนี กลับไปที่ถ้ำ แต่ไกรทองก็ใช้ เทียนระเบิดน้ำ ตามไปต่อสู้อีกในถ้ำ

ระหว่างที่เข้าไปในถ้ำไกรทองก็พบกับ วิมาลา เมียของชาละวัน ด้วยความเจ้าชู้ จึงเกี้ยวพาราสี นางวิมาลา จนนางใจอ่อนยอมเป็นชู้ และบอกทางไปช่วย นางตะเภาทอง....ไกรทองตามมาต่อสู้กับเจ้าชาละวัน ในถ้าต่อจนเจ้าชาละวันตาย และไกรทองก็ได้ พานางตะเภาทองกลับขึ้นมา เศรษฐีดีใจมากจึงจัดงานแต่งงานให้ไกรทองกับนางตะเภา แก้ว พร้อมมอบสมบัติให้ครึ่งหนึ่ง แถมนางตะเภาทองให้อีกคน ไกรทองจอมเจ้าชู้ก็รับไว้ด้วยความยินดี

แต่ยังไม่จบแค่นั้นด้วยความเจ้าชู้ของไกรทองแม้ชาละวันตายไป ไกรทองก็ยังหลง รสรักกับนางวิมาลา จงไปหาสู่ที่ถ้ำทอง และคิดจะพานางวิมาลาไปอยู่กินด้วย โดยทำพิธีทำ ให้นางยังคงเป็มมนุษย์แม้ออกนอกถ้ำทอง นางตะเภาแก้ว และ นางตะเภาทอง จับได้ว่า สามีไปมาหาสู่ นางจระเข้จึงไปหาเรื่องกับนางในร่างมนุษย์จนนางวิมาลาทนไม่ไหวกลับ ร่างเป็นจระเข้และไกรทองต้องออกไปห้ามไม่ให้เมียตีกันและอำลาจากนางวิมาลา ด้วยใจอาวรณ์

ขอขอบคุณข้อมูลจาก http://th.wikipedia.org

ภาพประกอบจาก king-p.bloggang.com ด้วยครับ

เอาหล่ะ....เล่ากันมาเยอะแล้ว....ทีนี้เราก็มาเริ่ม Download แบบของตัว Paper Model กันนะครับ แล้วก้อจัดการ Print > ตัดตามแบบ > กรีดรอยประ > พับรอย > แล้วก็ติดเทปกาว 2 หน้าครับ.... ตามขั้นตอนที่เคยทำกันมาแล้วนะครับ

ส่วนวิธีทำทั้งหมดก็เหมือนเดิมนะครับ กลับไปดูได้จาก blog เก่านะครับ ต่อไปก็จะมาทำส่วนพิเศษ ของตัว Paper Model ชุดนี้กันก่อนนะครับ...ซึ่งก็คือ หอกสัตตโลหะ กับ เทียนระเบิดน้ำครับ

เรามาทำหอกสัตตโลหะกันก่อน จะมี 2 ชิ้นครับ

ก็ประกอบได้เลยครับ จะได้ตามภาพ

ติดเทปกาว 2 หน้า ด้านนอกของปีกพับ ตามตำแหน่งลูกศรครับ

จากนั้นก็มาประกอบส่วนหัวหอก ตามรูป...แล้วก็นำมาสวมกับด้ามหอกครับ

ต่อมาก็เทียนระเบิดน้ำครับ มี 2 ชิ้นเหมือนกัน

เริ่มที่เปลวไฟเทียนนะครับ โดยให้ติดเทปกาว 2 หน้าที่ด้านหลังครับ ตามตำแหน่งลูกศร

แล้วพับประกบติดกันตามภาพ แล้วติดเทปกาว 2 หน้า ที่ปีกพับด้านนอก ตามตำแหน่งลูกศร

จากนั้นเสียบเข้าที่ตำแหน่งตรงหัวเทียน แล้วพับปีกพับที่ติดเทปกาวไว้แล้วจากด้านในครับ แล้วก็ประกอบตัวเทียนได้เลย

ก็จะได้ หอกสัตตโลหะ กับ เทียนระเบิดน้ำ ครับ

ต่อมาเราก็ประกอบส่วนที่เหลือได้เลยครับ จะได้ หัว - ตัว - แขน

เสร็จแล้ว.. ตามตำนานไอ้หนุ่มไกรทองสุดหล่อนี่เป็นเด็กเมืองนนทบุรีนะครับ จะหาว่าคุย..

ติดอาวุธที่ได้รับมาจากพระอาจารย์ ก็เป็นอันเรียบร้อย...... ลุย

เป็นไงครับ... ลอง Download ไปทำเล่นดูกันนะครับ

ถ้าติดปัญหาตรงไหนยังไง แนะนำได้นะครับ จะได้เอาไปปรับปรุง แบบต่อๆ ไปครับ... อย่าลืมติดตาม paper model ชุดต่อไปด้วยนะครับ..

ขอบคุณครับ

Monday, March 29, 2010

Free Paper Model : Thai literature : Heaven Ax Black Face (ขวานฟ้าหน้าดำ)

.... สวัสดีครับ มาแจก Paper Model ต่อกันอีกแล้วนะครับ Paper Model ชุดนี้ก็จะเป็นตัวที่ 2 ละครพื้นบ้านไทยๆ ซึ่งจะต่อเนื่องจาก ครั้งที่แล้วครับ

Paper Model ที่จะแจกชุดนี้ คนที่เกิดมานานๆ แล้วคงรู้จัก เพราะได้สร้างเป็นละครทีวี ที่ฮิตมากๆ ทางช่องเจ็ดสี ครั้งนั้นพอข่าวจบ การ์ตูนหลังข่าวจบ เป็นต้องจองที่หน้าจอกันทุกบ้าน ไม่เว้นเด็ก หรือผู้ใหญ่กันเลย.. อิ อิ.. (ผมก็หนึ่งในนั้น)

เรื่องนั้นก็คือหนึ่งในสุดยอดละครพื้นบ้านจักรๆ วงศ์ๆ ยอดฮิต " ขวานฟ้า หน้าดำ" นั่นเอง..

เมื่อครั้งกระนั้น ตัวเอกเป็นเด็กน้อยน่ารักช่างพูด ได้มาแสดงเป็นเจ้าขวาน ก็คือ บอย เนติลักษณ์ ดังมากๆ แถมละครก็ใช้เทคนิค ตระการตา เท่าที่มีในยุคนั้น พร้อมเนื้อเรื่องที่ตื่นเต้นสนุกสนาน กระชับไม่เยิ่นเย้อ เกือบปีถึงจะจบ จึงทำให้ขวานฟ้า หน้าดำเป็นละครที่ทุกบ้านในตอนนั้นตั้งตารอในคืนวันจันทร์ - อังคาร

เนื้อเรื่องที่จำได้ก็ประมาณว่า มีเทวดาได้รับขวานวิเศษจากพระอินทร์เป็นรางวัล จากนั้นก็นำมาใช้ในทางที่ผิด ไปเกะกะระรานเทวดานางฟ้าทั่วไป ร้อนถึงองค์สุริยเทพ ต้องมาปราบ ผลจากการต่อสู้เทวดาองค์นั้นพ่ายแพ้ ใบหน้าถูกเพลิงของดวงอาทิตย์เผาไป และโดนลงโทษให้ลงมาเกิดบนโลกมนุษย์ เพื่อทำความดีชดใช้ความผิด โดยที่ใบหน้านั้น ยังคงเหลือร่องรอยไหม้ไฟติดลงมาเกิดด้วย และเมื่อทำความดีในแต่ละครั้ง รอยไหม้บนหน้าก็จะจางหายไปด้วย

อันนี้เป็นเรื่องย่อๆ ที่ผมพอจำได้ ถ้าอยากอ่านจริง ก็ลองเข้าไปตาม Link ด้านล่างนี้นะครับ

อ่านเรื่องขวานฟ้า หน้าดำ จากหน้า website ของโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย นนทบุรี


ขอขอบคุณ ข้อมูลจาก website ของโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย นนทบุรี และภาพประกอบจาก pantip.com ห้องเฉลิมไทยด้วยครับ

เอาหล่ะ....เล่ากันมาเยอะแล้ว....ทีนี้เราก็มาเริ่ม Download แบบของตัว Paper Model กันนะครับ แล้วก้อจัดการ Print > ตัดตามแบบ > กรีดรอยประ > พับรอย > แล้วก็ติดเทปกาว 2 หน้าครับ.... ตามขั้นตอนที่เคยทำกันมาแล้วนะครับ

ส่วนวิธีทำทั้งหมดก็เหมือนเดิมนะครับ กลับไปดูได้จาก blog เก่านะครับ ต่อไปก็จะมาทำส่วนพิเศษ ของตัว Paper Model ชุดนี้กันก่อนนะครับ...ซึ่งก็คือ ขวานวิเศษ ก็จะแบ่งเป็น 2 ส่วนคือ ตัวขวาน กับด้ามขวานครับ

ก็เริ่มจากด้ามก่อน ก็ให้ประกอบตามแบบนะครับ โดยจะเหลือ ปีกพับไว้ 2 ชิ้นตามภาพครับ

ทีนี้ก็ทำใบขวานกันครับ โดยให้เริ่มติดที่มุมตามลูกศรชี้ ด้านใดด้านหนึ่งก่อนครับ

จากนั้นให้เอาด้ามขวาน ตรงจุดที่เหลือปีกพับไว้ นำมาใส่ตามรอยที่กำหนดให้กรีดไว้

แล้วพับลงมาทั้งสองอัน ติดด้วยเทปกาวสองหน้าให้แน่น

จากนั้นก็ไล่ประกอบไปตามตำแหน่งนะครับ ก็จะได้ขวานวิเศษแล้ว

แล้วเราก็มา ประกอบ ส่วนที่เหลือครับ หัว - แขน - ตัว

เรียบร้อยแล้ว ก็นำแขนมาใส่ จากนั้นยึดด้วยเทปกาวสองหน้า เพื่อให้หัวกับตัวติดกันแน่นขึ้นครับ

เจ้าขวานน้อย ใส่อาวุธจากพระอินทร์แล้ว ก็เสร็จสมบูรณ์

สุดท้ายขอจบด้วยเพลงประกอบละครนะครับ ร้องได้ ร้องตามก็ไม่ว่ากันครับ

เกิดมาตามบัญชาสวรรค์ มีขวานไว้ปราบอธรรม ขวานฟ้าหน้าดำ หน้าดำเพราะกรรมทำมา
หน้าดำจิตใจงามเลิศล้น ดีล้นเพื่อหมู่ประชา พลังปัญญา แกล้วกล้าสมชายชาตรี
**เปรี้ยงๆ เสียงอสุนิบาตร ขวานฟาดโลดลั่นปฐพี เปรี้ยงๆ ยักษ์มารแหลกลานผงพลี
ทุกธานีสูญสิ้นดัสกร สุขสราญกันทั่วทุกถิ่นแคว้น ทั่วแดนไร้สิ้นเดือดร้อน
ขวานฟ้าร้าวรอน จนปัญญาจะรักษาหน้าหายดำ (ซ้ำ**)

(Credit : คุณ ลินลา จากเวป http://www.dida.co.th ขอบคุณมากครับ)


เป็นไงครับ... ลอง Download ไปทำเล่นดูกันนะครับ

ถ้าติดปัญหาตรงไหนยังไง แนะนำได้นะครับ จะได้เอาไปปรับปรุง แบบต่อๆ ไปครับ... อย่าลืมติดตาม paper model ชุดต่อไปด้วยนะครับ..

ขอบคุณครับ

Sunday, February 28, 2010

Free Paper Model : Thai literature : Keow a Face Hores (แก้วหน้าม้า)

.... สวัสดีครับ มาแจก Paper Model ต่อกันอีกแล้วนะครับ Paper Model ชุดนี้ก็จะเป็นตัวละครแบบไทยๆ กันบ้าง เพราะของเราก็มีดีไม่แพ้ของใครเหมือนกัน

Paper Model ที่จะแจกชุดนี้จะนำเอาตัวละครจากนิทานพื้นบ้าน หรือตัวเอกวรรณคดีไทย นำมาทำ Paper Model กัน ก็เลือกทำกันตามชอบนะครับ ยังไงก็ติชมกันได้นะครับ

เรื่องของแก้วหน้าม้านั้น จากที่ได้ค้นจากใน Internet และลองถามๆ คนใกล้ๆ ตัวดูแล้วไม่ทราบแน่ชัดว่าผู้ใดแต่งแต่เริ่มแรก (ใครทราบช่วยบอกด้วยนะครับ จะได้แก้ไข) ทราบแต่ว่าเริ่มเล่นกันเป็น "ละครนอก"

ละครนอกเป็นละครของภาคกลาง นัยว่าวิวัฒนาการมาจากโนรา เพราะมีความมุ่งหมายเช่นเดียวกันคือ ดำเนินเรื่องรวดเร็ว และตลกขบขัน สมัยโบราณผู้แสดงผู้ชายล้วน เพิ่งมีผู้หญิงแสดงในปลายสมัยรัชกาลที่ 4 เมื่อโปรดเกล้าฯ ให้ยกเลิกการห้ามมิให้บุคคลทั่วไปมีละครผู้หญิง ในตอนหลังผู้แสดงเป็นผู้หญิงโดยมาก ผู้ชายเกือบจะไม่มี ตัวละคร มีครบทุกตัวตามเนื้อเรื่อง ไม่จำกัดจำนวน ดนตรี ใช้วงปี่พาทย์ จะเป็นเครื่องห้า เครื่องคู่ หรือเครื่องใหญ่ ได้ทั้งนั้น โรงละคร มีฉากเป็นผ้าม่าน มีประตูเข้าออก 2 ประตู หลังฉากเป็นที่แต่งตัว และสำหรับให้ตัวละครพัก หน้าฉากเป็นที่แสดงตั้งเตียงตรงกลางหน้าฉาก การแต่งกาย เลียนแบบเครื่องต้นของกษัตริย์ ตัวพระสวมชฎา ตัวนางสวมเครื่องประดับศีรษะตามฐานะ เช่น มงกุฎกษัตรี รัดเกล้ายอด รัดเกล้าเปลว และกระบังหน้า เสื้อผ้าปักดิ้นเลื่อมแพรวพราว การแสดง มีคนบอกบท มีต้นเสียงและลูกคู่สำหรับร้อง บางตัวละครอาจร้องเอง การรำเป็นแบบแคล่วคล่องว่องไวพริ้งเพรา จังหวะของการร้องและการบรรเลงดนตรีค่อนข้างเร็ว เวลาเล่นตลกมักเล่นนานๆ ไม่คำนึงถึงการดำเนินเรื่อง และไม่ถือขนบธรรมเนียมประเพณี เช่น ตัวกษัตริย์หรือมเหสีจะเล่นตลกกับเสนาก็ได้ เริ่มต้นแสดงก็จับเรื่องที่เดียว ไม่มีการไหว้ครู
(ข้อมูลจาก : Wikipedia ครับ)

เรื่องแก้วหน้าม้านั้นจะเล่าย่อๆ ได้ว่า...
พระเอกคือพระปิ่นทองไปทรงว่าวแล้วสายป่านเกิดขาด
ว่าวลอยไปตกหน้าบ้านนางแก้วหน้าม้า พระปิ่นทองตามมาขอคืน นางก็ยื่นข้อเสนอว่าต้องสัญญาจะรับนางไปเป็นมเหสีในวังจึงจะคืนว่าวให้
พระปิ่นทองก็แสร้งรับปากเพื่อหลอกเอาว่าวคืน นางแก้วรอแล้วรอเล่า ก็ไม่เห็นมีใครมารับ ก็ขอให้พ่อแม่ช่วย พ่อแม่ก็ไปให้
ท้าวภูวดลพ่อพระปิ่นทองทราบเรื่องก็พิโรธ แต่พระมเหสีนันทามีความยุติธรรม ก็ให้ไปรับนางแก้วเข้าวัง เพราะถือว่ากษัตริย์ตรัสแล้วไม่คืนคำ
ซึ่งเมื่อนางแก้วเข้าวังแล้วก็ไปทำเรื่องต่างๆ นานา แม้ท้าวภูวดลและพระปิ่นทองจะพยายามหาทางกำจัดนางด้วยการให้ไปเอาเขาพระสุเมรุมา
นางก็นำมาได้ และยังได้พบฤาษีช่วยถอดหน้าม้าให้กลายเป็นสาวสวย

ซึ่งเนื้อเรื่องยังดำเนินไปอย่างสนุกสนานเต็มไปด้วยความเก่งกาจของนางแก้วหน้าม้าที่ได้ของวิเศษมาจากฤๅษี
จนท้ายที่สุดก็ได้จบด้วยความสุข ซึ่งเมื่อเอ่ยถึงนางแก้วหน้าม้า มักจะหมายถึงหญิงที่มีนิสัยหรือกิริยาไม่เรียบร้อย กระโดกกระเดก
ซึ่งบางทีก็เรียกว่า ม้าดีดกะโหลก
credit : คุณวุ้นเส้น (*_*) จาก http://www.dek-d.com ขอบคุณครับ

เอาหล่ะ....เล่ายาวกันแล้ว....ทีนี้เราก็มาเริ่ม Download แบบของตัว Paper Model กันนะครับ แล้วก้อจัดการ Print > ตัดตามแบบ > กรีดรอยประ > พับรอย > แล้วก็ติดเทปกาว 2 หน้าครับ.... ตามขั้นตอนที่เคยทำกันมาแล้วนะครับ

ส่วนวิธีทำทั้งหมดก็เหมือนเดิมครับ กลับไปดูได้จาก blog เก่านะครับ ต่อไปก็จะมาทำส่วนพิเศษ ของตัว Paper Model กันก่อนนะครับ...ซึ่งจะมี 3 อย่างคือ หัวม้า - มีดอีโต้ - สไบเฉียง นะครับ

โดยเราจะเริ่มทำจากหัวม้าก่อนครับ เริ่มที่หูก่อน

ซึ่งเมื่อประกอบหูเสร็จแล้ว เราจะเหลือปีกพับ จากทางหน้าหู อยู่ 1 อัน ตามภาพครับ แล้วติดเทปกาว 2 หน้าด้วยครับ

จากนั้นก็ติดเทปกาว 2 หน้าที่ใต้หูทั้งสองข้าง

นำหูมาติดที่หัวม้า ตามตำแหน่งในภาพนะครับ ทำทั้ง 2 ข้าง

แล้วเราก็ประกอบหัวม้า จะได้ส่วนหัว Paper Model แล้ว

ทีนี้ก็อาวุธสุดล้ำ มีดอีโต้ จ้ะ....

เริ่มจากเจาะรูปสามเหลี่ยม ออกไปตามภาพนะครับ แล้วก็ประกอบด้ามมีดเลย

แล้วก็ติดเทปกาว 2 หน้าที่ด้านในของตัวมีด

พับมีดประกบเข้าหากัน ติดเทปกาว 2 หน้าที่โคนมีด จากนั้นก็ประกอบได้เลย

ทีนี้เราก็มาประกอบ หัว - ตัว - แขน ให้เสร็จครับ

คราวนี้ก็ สไบเฉียง ส่วนพิเศษอันสุดท้าย

โดยจัดการพับผืนสไบตามภาพนะครับ แล้วก็ติดเทปกาว 2 หน้าตรงตำแหน่งลูกศรชี้ครับ

จัดการกรีดรอยที่มาร์คเส้นดำบนไหล่สไบ ก็จะนำไปเสียบบนคอของตัว Paper Model ได้พอดี อย่าลืมแกะเทป 2 หน้าออกด้วยนะครับ จะต้องติดตรงหน้าอกของ Paper Model

แล้วก็นำหัวมาใส่ ก็จะได้ นางแก้วถอดรูปเป็น" มณีรัตนา "

ใส่หัวก็จะได้ "แก้วหน้าม้า"

เป็นไงครับ... ลอง Download ไปทำเล่นดูกันนะครับ

ถ้าติดปัญหาตรงไหนยังไง แนะนำได้นะครับ จะได้เอาไปปรับปรุง แบบต่อๆ ไปครับ... อย่าลืมติดตาม paper model ชุดต่อไปด้วยนะครับ..

ขอบคุณครับ

จะขออวยพรให้เฮง ๆ ๆ รับตรุษจีน และสุขสมหวังในวันแห่งความรัก คงไม่ช้าไปนะครับ